ทฤษฎีควอนตัม (Quantum theory)
ควอนตัมนี้เป็นก้าวเล็กที่สุดที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ
แต่ว่ามันกลับเป็นก้าวที่มีความยิ่งใหญ่ในด้านความคิดมนุษย์เรา Subatomic
หรือว่าอนุภาคต่างๆ ในอะตอม อย่างเช่น อิเล็กตรอน
จะเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง
โดยปราศจากการครอบครองพื้นที่ระหว่างนั้น สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกธรรมดา
แต่กลับเป็นเรื่องปกติในเรื่องของอะตอม ในโลกของ Subatomic
อะตอมหรือส่วนประกอบอื่นๆ
เป็นไปตามกฎที่แตกต่างกับกฎของสสารขนาดใหญ่โดยสิ้นเชิง
นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันที่ชื่อว่า มักซ์ พลังค์ (Max Planck)
เรียกกฎใหม่นี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม (Quantum theory)
ทฤษฎีควอนตัมเกิดขึ้นราวยุค 1900
เพราะว่าเกิดวิกฤตกับการทำงานด้านฟิสิกส์อย่างหนัก
มีการค้นพบปรากฏการณ์ใหม่ที่ละเมิดกฎของนิวตัน ตัวอย่างเช่น มารี คูรี
(Marie Curie) ปรับปรุงสิ่งที่เรียกว่า เรเดียม (Radium)
เรเดียมมีคุณสมบัติพิเศษในการเรืองแสง พลังงานเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า
อนุภาคเกิดจากความว่างเปล่า สิ่งนั้นจึงละเมิดการประหยัดพลังงาน เพราะว่า
พลังงานเกิดขึ้นจากความว่างเปล่า
ในยุค 1900 คนคิดว่าพลังงานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คุณสามารถตัดไฟฟ้าหรือแม่เหล็กได้ ตัดให้มันเล็กลงได้เรื่อยๆ จนไม่รู้จบ จน
มักซ์ พลังค์ นักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ก็กล้าที่จะบอกว่า
พลังงานเกิดขึ้นเป็นกลุ่มเรียกว่า ควอนต้า (quanta)
ที่เขากล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่า ถ้าเขาสันนิษฐานว่า แสงมาเป็นกลุ่มก้อน
คุณจะสามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เราเห็นในระดับพื้นฐาน
ในระดับอะตอมได้ว่า มันมีผลมาจากควอนตัม พลังงานเกิดขึ้นเป็นกลุ่มก้อน
และยังหมายความว่า สสารมีคุณสมบัติเหมือนคลื่นอีกด้วย เราจึงเรียกมันว่า
กลไกควอนตัม
ถ้าเราเปรียบอะตอมเหมือนกับลูกโบว์ลิ่ง
แล้วลูกโบว์ลิ่งจะมีคุณสมบัติเหมือนคลื่นได้อย่างไร ในปี ค.ศ.1925 แอร์วิน
ชเรอดิงเงอร์ (Erwin Schrödinger) นักฟิสิกส์ชาวออสเตรีย
เขียนสมการคลื่นที่กำหนดอิเล็กตรอนได้ในที่สุด นี่คือ
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของสติปัญญามนุษย์ เมื่อจู่ๆ
เราก็มองเข้าไปในอะตอมได้สำเร็จ
จากนั้นไม่กี่ปีต่อมา แมกซ์ บอน (Max Born) เพื่อนร่วมงานของอัลเบิร์ต
ไอน์สไตน์ ก็สามารถสร้างก้าวกระโดดครั้งใหญ่ คำถามคือ “หากสสารเป็นคลื่น
แล้วอะไรที่ทำให้เกิดคลื่น” แมกซ์ บอน บอกว่า “สิ่งที่ทำให้เกิดคลื่นคือ
โอกาสของการหาตำแหน่งของมัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง”
***สรุปก็คือ quantum เป็นสิ่งที่ใช้เรียกกลุ่มก้อนพลังงาน เช่น สนามพลังแม่เหล็ก อิเล็กตรอนกลุ่มหมอกฯลฯ
วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ถ้ามีสงครามระหว่างจักรวาล
นี่เป็นเรื่องจากจินตนาการของผมเองครับ
1.multi verse metaverse xenoverse shinoverse มีจริงหรือไม่ อธิบายตามทฤษฎีได้หรือไม่
2.ตามหัวข้อเลยครับ
1.multi verse metaverse xenoverse shinoverse มีจริงหรือไม่ อธิบายตามทฤษฎีได้หรือไม่
2.ตามหัวข้อเลยครับ
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ความ CREATIVE ของคนญี่ปุ่น สถานีรถไฟใต้ดิน ก็เอามาทำเป็นหน้าปก ALBUM ที่สวยงามได้
"ปก ALBUM ใช้เวลาถ่ายตอนกลางดึก และรุ่งเช้า คงเพื่อเลี่ยงการเจอกับคนเยอะๆ"
"ฉากหลังเป็นสถานีรถไฟใต้ดินโนกิซากะนั่นเอง"
"บริษัทโตเกียวเมโทรที่บริหารระบบรถไฟใต้ดิน บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีการใช้พื้นที่ด้านในของสถานีมาถ่ายเป็นปกซีดี"
"ฉากหลังเป็นสถานีรถไฟใต้ดินโนกิซากะนั่นเอง"
"บริษัทโตเกียวเมโทรที่บริหารระบบรถไฟใต้ดิน บอกว่า นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มีการใช้พื้นที่ด้านในของสถานีมาถ่ายเป็นปกซีดี"
[ECOS present...] กระทู้ติดตาม EFT-1 ก้าวสำคัญสู่การสำรวจอวกาศของ NASA
EFT-1 นับเป็นยานอวกาศที่มีศักยภาพในการนำมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศลำแรกของ NASA
นับตั้งแต่การปลดระวางกระสวยอวกาศ (Space Shuttle) เมื่อปี 2011
แม้ยานลำนี้จะยังไม่มีมนุษย์อยู่ แต่มันก็นับเป็นก้าวที่สำคัญอย่างมากต่อการนำมนุษย์กลับสู่อวกาศของ NASA รวมถึงการไปไกลถึงอุกกาบาต ดวงจันทร์ และดาวอังคารในอนาคตครับ
ยานลำนี้จะติดอยู่บนยอดของจรวด Delta-IV Heavy จรวดที่มีพลังขับดันสูงที่สุดในโลกตอนนี้
แม้ยานลำนี้จะยังไม่มีมนุษย์อยู่ แต่มันก็นับเป็นก้าวที่สำคัญอย่างมากต่อการนำมนุษย์กลับสู่อวกาศของ NASA รวมถึงการไปไกลถึงอุกกาบาต ดวงจันทร์ และดาวอังคารในอนาคตครับ
ยานลำนี้จะติดอยู่บนยอดของจรวด Delta-IV Heavy จรวดที่มีพลังขับดันสูงที่สุดในโลกตอนนี้
วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ผมเรียนมาว่า "โลกหนุนรอบตัวเอง" แต่มันหนุนซ้ายหรือขวา หมุนทวนเข็มหรือตามเข็มนาฬิกา ครับ
โลกมันวุ่นวายขนาดนี้ เพราะหมุนตัวเองตามจังหวะรถบั๊ม 55555555
4 วัตถุที่ใหญ่ที่สุดในเอกภพที่เรารู้จัก (4 of the Largest Objects in the Known Universe)
สวัสดีครับ ชาวหว้ากอทุกท่าน
เรื่องนี่อาจทำให้คุณบางคนตื่นเต้น (รึป่าว)แต่จริงๆแล้วเราไม่ได้สำรวจทุกสิ่งในเอกภพ เราไม่แม้แต่จะเห็นมันทั้งหมดด้วยซ้ำ
ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าเรามีเวลามากพอเพื่อที่จะสำรวจสิ่งต่างๆ และเราควรจะสำรวจครบทุกอย่างแล้วในตอนนี้แต่เราก็ไม่เลย
ดังนั้นเมื่อผมพูดว่า นี่คือดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอกภพที่เรารู้จัก นั่นหมายถึง เรายังไม่ได้สำรวจดาวฤกษ์ทั้งหมดที่มีอยู่ในเอกภพ
บางทีมันอาจมีดาวฤกษ์ที่ใหญ่กว่านี้รอให้ถูกค้นพบก็ได้ จริงๆแล้วเราสำรวจเอกภพในตอนนี้นั้นป็นเพียงแค่บริเวณเล็กน้อย
เป็นสัดส่วนที่น้อยมากของเอกภพ ผมมั่นใจว่ามีดาวฤกษ์ที่ใหญ่กว่านี้อีกแน่นอนอยู่ข้างนอกนั่น เราแค่ยังไม่ได้ค้นพบมัน
อย่างไรก็ตามบทความนี้อาจจะน่าเบื่อถ้าผมมัวแต่เน้นย้ำว่ามันเป็นเพียงแค่วัตถุที่ใหญ่ที่สุดที่เรารู้จักในชนิดของมัน
ดังนั้นที่ถูกที่สุดคือ มันอาจจะเป็นไปได้ที่จะเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุด
มาเริ่มกันเลยครับ
#1 The Largest Structure in the Universe
นักดาราศาสตร์พึ่งจะค้นพบกลุ่มของกาแลคซีซึ่งมีความยาวจากด้านหนึ่งสู่อีกด้านหนึ่ง 4 พันล้านปีแสง
และแน่นอนมันมีหลุมดำขนาดใหญ่ซึ่งกำลังมีกระบวนการกินสิ่งต่างๆอยู่ โครงสร้างนี้คือ กลุ่มควอซาร์ขนาดใหญ่
large quasar group (LQG) และมันใหญ่จริงๆ อย่างเช่นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว กาแลคซีทางช้างเผือกบ้านที่น่ารักของเรา
มีขนาดประมาณ 1 แสนปีแสง เพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดคือ กาแลคซีแอนโดรเมดา มีระยะห่างประมาณ 2.5 ล้านปีแสง
นั้นมีขนาดประมาณ 2 เท่าของกาแลคซีของเรา คือประมาณ 2แสน 6 หมื่นปีแสง นั่นหมายความว่า LQG นั้นใหญ่จนสามารถ
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของกาแลคซีแอนโดรเมดาและกาแลคซีทางช้างเผือก และพื้นที่อวกาศอื่นๆได้อย่างง่ายดาย
จะเปรียบเทียบอะไรอีก โลกนั้นมีอายุสี่พันล้านปี ดังนั้นเวลาที่แสงใช้เคลื่อนที่จากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ้งของ LQG
คือดาวเคราะห์โลกก่อตัวเย็นลง มีสิ่งมีชีวิตพัฒนาขึ้น มีไดโนเสาร์เกิดขึ้นและตายสูญพันธุ์ลง เผ่าพันธุ์มนุษย์พัฒนาขึ้น
อารยธรรมมนุษย์พัฒนา คือประวัติศาสตร์ของโลกทั้งหมดเท่ากับเวลาที่โฟตอนใช้เคลื่อนที่จากด้านหนึ่งของ LQG ไปสู่อีกด้านหนึ่ง
ควอซาร์นั้นมักจะอยู๋รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนั้น LQG นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม
ควอซาร์ที่ใหญ่ที่สุดนั้นปกติแล้วจะกว้างแค่ 600ล้านปีแสง การค้นพบใหม่ของ LQG นั้นพบว่า มันประกอบด้วย 73 ควอซาร์
และกว้าง 4 พันล้านปีแสง นั่นทำให้ LQG อื่นๆดูเล็กไปเลยอันที่จริงแล้ว LQG นั้นใหญ่มากจนมันทำให้นักดาราศาสตร์สมัยใหม่
ต่างมึนงง เมื่อเรานำโครงสร้างที่มีสเกลใหญ่ในเอกภพไปใช้ในทฤษฎีสัมพัทภาพทั่วไป จนมันนำไปสู่ทฤษฎีจักรวาลวิทยา
หนึ่งในนั้นที่สำคัญที่สุดคือหลักการจักรวาลวิทยา (cosmological principle) หลักการนี้กล่าวว่า เมื่อมองบนสเกลที่ใหญ่มากระดับหนึ่ง
มันจะไม่มีทิศทางที่สำคัญ หรือสถานที่สำคัญ เอกภพควรจะเป็นแบบเดียวกันหมดไม่ว่าเราจะมองไปในทิศทางใด
เราไม่ควรที่จะมองไปทิศทางหนึ่งและเห็นกาแลคซีแบบก้นหอย หลังจากนั้นมองไปอีกทางหนึ่งและเห็นกลุ่มของควอซาร์เคลื่อนที่
ไปในอวกาศและกลืนกินทุกสิ่งอย่างแม้แต่ตัวของมันเองแต่นั่นคือสิ่งที่เราเห็นและมันดูเหมือนจะเป็นปัญหาในทางวิทยาศาสตร์
เดี๋ยวมาต่อนะครับ ชอบกดโหวตด้วยครับ
เรื่องนี่อาจทำให้คุณบางคนตื่นเต้น (รึป่าว)แต่จริงๆแล้วเราไม่ได้สำรวจทุกสิ่งในเอกภพ เราไม่แม้แต่จะเห็นมันทั้งหมดด้วยซ้ำ
ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าเรามีเวลามากพอเพื่อที่จะสำรวจสิ่งต่างๆ และเราควรจะสำรวจครบทุกอย่างแล้วในตอนนี้แต่เราก็ไม่เลย
ดังนั้นเมื่อผมพูดว่า นี่คือดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอกภพที่เรารู้จัก นั่นหมายถึง เรายังไม่ได้สำรวจดาวฤกษ์ทั้งหมดที่มีอยู่ในเอกภพ
บางทีมันอาจมีดาวฤกษ์ที่ใหญ่กว่านี้รอให้ถูกค้นพบก็ได้ จริงๆแล้วเราสำรวจเอกภพในตอนนี้นั้นป็นเพียงแค่บริเวณเล็กน้อย
เป็นสัดส่วนที่น้อยมากของเอกภพ ผมมั่นใจว่ามีดาวฤกษ์ที่ใหญ่กว่านี้อีกแน่นอนอยู่ข้างนอกนั่น เราแค่ยังไม่ได้ค้นพบมัน
อย่างไรก็ตามบทความนี้อาจจะน่าเบื่อถ้าผมมัวแต่เน้นย้ำว่ามันเป็นเพียงแค่วัตถุที่ใหญ่ที่สุดที่เรารู้จักในชนิดของมัน
ดังนั้นที่ถูกที่สุดคือ มันอาจจะเป็นไปได้ที่จะเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุด
มาเริ่มกันเลยครับ
#1 The Largest Structure in the Universe
นักดาราศาสตร์พึ่งจะค้นพบกลุ่มของกาแลคซีซึ่งมีความยาวจากด้านหนึ่งสู่อีกด้านหนึ่ง 4 พันล้านปีแสง
และแน่นอนมันมีหลุมดำขนาดใหญ่ซึ่งกำลังมีกระบวนการกินสิ่งต่างๆอยู่ โครงสร้างนี้คือ กลุ่มควอซาร์ขนาดใหญ่
large quasar group (LQG) และมันใหญ่จริงๆ อย่างเช่นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว กาแลคซีทางช้างเผือกบ้านที่น่ารักของเรา
มีขนาดประมาณ 1 แสนปีแสง เพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดคือ กาแลคซีแอนโดรเมดา มีระยะห่างประมาณ 2.5 ล้านปีแสง
นั้นมีขนาดประมาณ 2 เท่าของกาแลคซีของเรา คือประมาณ 2แสน 6 หมื่นปีแสง นั่นหมายความว่า LQG นั้นใหญ่จนสามารถ
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของกาแลคซีแอนโดรเมดาและกาแลคซีทางช้างเผือก และพื้นที่อวกาศอื่นๆได้อย่างง่ายดาย
จะเปรียบเทียบอะไรอีก โลกนั้นมีอายุสี่พันล้านปี ดังนั้นเวลาที่แสงใช้เคลื่อนที่จากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ้งของ LQG
คือดาวเคราะห์โลกก่อตัวเย็นลง มีสิ่งมีชีวิตพัฒนาขึ้น มีไดโนเสาร์เกิดขึ้นและตายสูญพันธุ์ลง เผ่าพันธุ์มนุษย์พัฒนาขึ้น
อารยธรรมมนุษย์พัฒนา คือประวัติศาสตร์ของโลกทั้งหมดเท่ากับเวลาที่โฟตอนใช้เคลื่อนที่จากด้านหนึ่งของ LQG ไปสู่อีกด้านหนึ่ง
ควอซาร์นั้นมักจะอยู๋รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ ดังนั้น LQG นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม
ควอซาร์ที่ใหญ่ที่สุดนั้นปกติแล้วจะกว้างแค่ 600ล้านปีแสง การค้นพบใหม่ของ LQG นั้นพบว่า มันประกอบด้วย 73 ควอซาร์
และกว้าง 4 พันล้านปีแสง นั่นทำให้ LQG อื่นๆดูเล็กไปเลยอันที่จริงแล้ว LQG นั้นใหญ่มากจนมันทำให้นักดาราศาสตร์สมัยใหม่
ต่างมึนงง เมื่อเรานำโครงสร้างที่มีสเกลใหญ่ในเอกภพไปใช้ในทฤษฎีสัมพัทภาพทั่วไป จนมันนำไปสู่ทฤษฎีจักรวาลวิทยา
หนึ่งในนั้นที่สำคัญที่สุดคือหลักการจักรวาลวิทยา (cosmological principle) หลักการนี้กล่าวว่า เมื่อมองบนสเกลที่ใหญ่มากระดับหนึ่ง
มันจะไม่มีทิศทางที่สำคัญ หรือสถานที่สำคัญ เอกภพควรจะเป็นแบบเดียวกันหมดไม่ว่าเราจะมองไปในทิศทางใด
เราไม่ควรที่จะมองไปทิศทางหนึ่งและเห็นกาแลคซีแบบก้นหอย หลังจากนั้นมองไปอีกทางหนึ่งและเห็นกลุ่มของควอซาร์เคลื่อนที่
ไปในอวกาศและกลืนกินทุกสิ่งอย่างแม้แต่ตัวของมันเองแต่นั่นคือสิ่งที่เราเห็นและมันดูเหมือนจะเป็นปัญหาในทางวิทยาศาสตร์
เดี๋ยวมาต่อนะครับ ชอบกดโหวตด้วยครับ
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
สายโลหิต ; ชมพู ฟรุตตี้
ข้าคือชายชาญชาติทหาร วิญญาณแห่งนักรบไทย ศึกนี้หรือศึกไหนหัวใจไม่เคยหวั่นเกรง เลือดพุ่งพล่านเลย
วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ทำไมน้ำถึงระเหยได้ ทั้งที่อุณหภูมิสูงไม่ถึง 100 C
ทำไมน้ำที่วางไว้เฉยๆ มันถึงรระเหยไปเองได้ครับ ทั้งที่อุณหภูมิสูงไม่ถึง 100 C
แค่วางไว้เฉยๆไม่ได้ต้มครับ มันเอาพลังงานมาจากไหน หรือทำไมมันถึงระเหยได้ครับ
แค่วางไว้เฉยๆไม่ได้ต้มครับ มันเอาพลังงานมาจากไหน หรือทำไมมันถึงระเหยได้ครับ
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
อย่ารักใครมากไป
อย่ารักใครมาก จนกลายเป็นหลง
อย่าคิดว่ารักจะมั่นคง จนไม่เผื่อใจไว้
อย่าคิดว่าชีวิต จะสนุกสนาน เสมอไป
เพราะ..เมื่อเรา..ไม่เหลือใคร
ก็ต้องเรียนรู้ให้ได้ “ที่จะอยู่เพียงลำพัง”
อย่าคิดว่ารักจะมั่นคง จนไม่เผื่อใจไว้
อย่าคิดว่าชีวิต จะสนุกสนาน เสมอไป
เพราะ..เมื่อเรา..ไม่เหลือใคร
ก็ต้องเรียนรู้ให้ได้ “ที่จะอยู่เพียงลำพัง”
วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557
รักนี้.........มีแต่ทุกข์
ค่ำคืนนี้ มีแสงดาว วาวระยับ
แต่ใจกลับ สับสน จนอ่อนไหว
ใจที่แกร่ง แรงที่อด หายหมดไป
เพราะมีใคร ทิ้งฉันไป ไม่กลับคืน
เพราะว่ารัก จึงหนักอก เหมือนตกเขา
ทิ้งให้ร้าง ว่างเปล่า เศร้าสุดฝืน
ชีวิตจริง ทิ้งให้ล่ม ล้มทั้งยืน
ทุกวันคืน ขื่นขม ตรอมตรมใจ
อยากถามดาว พราวพร่าง ทางเวหน
เคยรักคน เหมือนฉัน กันบ้างไหม
ต้องเจ็บปวด รวดร้าว ทุกคราวไป
ขอดาวตอบ ช่วยปลอบใจ ทำไงดี
หนักแค่ไหน ใจก็รู้ อยู่ว่ารัก
ยอมให้หัก แบกรักไป ไว้อย่างนี้
ถูกนินทา พาให้ ไร้ศักดิ์ศรี
เหนื่อยสิ้นดี มีแต่ทุกข์ ทุกเรื่องราว
แต่ใจกลับ สับสน จนอ่อนไหว
ใจที่แกร่ง แรงที่อด หายหมดไป
เพราะมีใคร ทิ้งฉันไป ไม่กลับคืน
เพราะว่ารัก จึงหนักอก เหมือนตกเขา
ทิ้งให้ร้าง ว่างเปล่า เศร้าสุดฝืน
ชีวิตจริง ทิ้งให้ล่ม ล้มทั้งยืน
ทุกวันคืน ขื่นขม ตรอมตรมใจ
อยากถามดาว พราวพร่าง ทางเวหน
เคยรักคน เหมือนฉัน กันบ้างไหม
ต้องเจ็บปวด รวดร้าว ทุกคราวไป
ขอดาวตอบ ช่วยปลอบใจ ทำไงดี
หนักแค่ไหน ใจก็รู้ อยู่ว่ารัก
ยอมให้หัก แบกรักไป ไว้อย่างนี้
ถูกนินทา พาให้ ไร้ศักดิ์ศรี
เหนื่อยสิ้นดี มีแต่ทุกข์ ทุกเรื่องราว
วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557
Abandoned By Mom Poem, My Feelings To You
Behind your shadow,
I stand and fall.
It’s a tough battle,
In which I feel so small.
My feelings toward you,
you might think are dumb.
Sad upset confused,
angry hurt and ..........
I stand and fall.
It’s a tough battle,
In which I feel so small.
My feelings toward you,
you might think are dumb.
Sad upset confused,
angry hurt and ..........
วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557
ได้ไหม อย่าปล่อยมือ
ช่ ว ย จั บ มื อ ฉั น ห น่ อ ย ไ ด้ ไ ห ม
สัมผัสที่ได้~อาจพอทำให้ใจ~เลิกไหวหวั่น
แม้ความจริง ~อาจเป็นแค่การ~ปลอบใจตัวเองเท่านั้น
แต่ฉันก็ยังยึดมั่น~ว่าเธอจะอยู่เคียงข้างกัน~ตราบใดที่ฉันยังได้จับมือเธอ
ช่ ว ย ใ ห้ ไ อ อุ่ น ไ ด้ ไห ม
เพราะไออุ่นที่ได้~มันช่วยหยุดความระแวงหวั่นไหว~เพ้อเจ้อ
คนหัวใจอ่อนไหว~ต้องการการใส่ใจ~แม้แค่เพียงการสัมผัสกันไว้ที่ปลายมือจากเธอ
ช่วยจับมือนี้ไว้เสมอ ได้โปรดนะเธอ โปรดอย่าเผลอ ป ล่ อ ย มื อ......
-- เมี่ยง เมี่ยง --
สัมผัสที่ได้~อาจพอทำให้ใจ~เลิกไหวหวั่น
แม้ความจริง ~อาจเป็นแค่การ~ปลอบใจตัวเองเท่านั้น
แต่ฉันก็ยังยึดมั่น~ว่าเธอจะอยู่เคียงข้างกัน~ตราบใดที่ฉันยังได้จับมือเธอ
ช่ ว ย ใ ห้ ไ อ อุ่ น ไ ด้ ไห ม
เพราะไออุ่นที่ได้~มันช่วยหยุดความระแวงหวั่นไหว~เพ้อเจ้อ
คนหัวใจอ่อนไหว~ต้องการการใส่ใจ~แม้แค่เพียงการสัมผัสกันไว้ที่ปลายมือจากเธอ
ช่วยจับมือนี้ไว้เสมอ ได้โปรดนะเธอ โปรดอย่าเผลอ ป ล่ อ ย มื อ......
-- เมี่ยง เมี่ยง --
วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2557
เรียนรู้วิทยาศาสตร์จาก ชีส
รูที่พบเห็นได้ในสวิสชีส (Swiss-type cheese) ถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการย่อยกรดแลคติคได้เป็นกรดโพรไพโอนิกของจุลินทรีย์ Propionibacterium freudenreichii subspecies shermanii
3 Lactate → 2 Propionate + Acetate + CO2 + H2O
คาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยานี้จะถูกสะสมไปเรื่อยๆ แทรกอยู่ในเนื้อของชีส ทำให้เกิดเป็นรู (hole) หรือ ตา (eye) นั่นเอง โดยในระหว่างการบ่มสวิสชีส 175 ปอนด์ จะมีการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 120 ลิตร (325 แกลลอน)
5. ผู้ที่แพ้แลคโตสในนม สามารถรับประทานชีสได้หรือไม่
บนโลกใบนี้มีผู้ที่แพ้น้ำตาลแลคโตสในนม (lactose intolerance) มากถึง 65% ของประชากรทั้งหมดบนโลก เนื่องจากไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้อาการการแพ้น้ำตาลแลคโตส (lactose intolerance) คือ อาการท้องเสียที่เกิดจากการดื่มนม โดยจะเกิดกับคนที่ขาดเอนไซม์ แลคแตส (lactase) หรือ เบต้ากาแลกโทสิเดส (beta galactosidase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ย่อยน้ำตาลแลคโตส (lactose) ในน้ำนม ให้เป็นน้ำตาลกลูโคส (glucose) กับ น้ำตาลกาแลคโตส (galactose) เนื่องจากแลกแตส (lactase ) เป็น เอนไซม์ที่พบในสัตว์ที่ยังไม่หย่านม ถ้าในร่างกายขาดเอนไซม์แลคเตสจะทำให้น้ำตาลแลคโตสไม่ถูกย่อยและเมื่อเคลื่อน เข้าสู่ลำไส้ แบคทีเรียจะย่อยน้ำตาลแลคโตสแล้วจะทำให้เกิดกรด และแก๊สชนิดต่างๆ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และมีเทน เป็นสาเหตุให้ท้องเสียนั่นเอง
การแพ้แลคโตสนั้นไม่ใช่ภูมิแพ้เพราะจะไม่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่าง กาย และต่างจากการแพนมวัว (Milk Allergy) ซึ่งเป็นอาหารก่อภูมิแพ้ (food allergen) เพราะการแพ้นมวัวคือการที่ร่างกายแพ้ โปรตีน ที่อยู่ในนมวัว แต่อาจสามารถย่อยน้ำตาลแลคโตส ได้ ซึ่งการแพ้นมมีอาการของภูมิแพ้ เช่น อาการบวม เป็นผื่น น้ำตาไหล น้ำมูกไหล หลังการกินผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมวัวก็ จึงไม่ควรให้ทารกดื่มนมวัว (ที่ไม่มีการดัดแปลงให้เหมาะกับทารก) ก่อนอายุ 1 ขวบ
อาการแพ้น้ำตาลแลคโตส พบบ่อย ในวัยผู้ใหญ่ ที่เลิกดื่มนมเป็นเวลานาน เอนไซม์นี้จะหายไป เมื่อกลับมาดื่มนมหรือรับประทานผลิตภัณฑ์นม จะย่อยน้ำตาลแลกโตสไม่ได้ ทำให้มีอาการท้องเสีย แต่เนื่องจากระดับการแพ้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนสามารถกินผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมวัวในปริมาณเล็กน้อยได้โดยไม่มี อาการแพ้มากนัก แต่ บางคนนั้นแม้ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนมวัวในปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ อาจเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้นอกจากนี้การรับประทานยาบางตัวก็อาจส่งผลให้ ร่างกายหยุดการผลิตเอนไซม์แลคเตสชั่วคราวได้ รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้และทางเดินอาหาร เช่น โรคแพ้กลูเตน Celiac disease และโรคโครห์น (Crohn's disease) ก็อาจเกิดภาวะแพ้น้ำตาลแลคโตสได้เช่นกัน
ความสามารถในการย่อยน้ำตาลแลคโตสนั้นเป็นวิวัฒนาการของมนุษย์ทั้งทางพันธุ กรรม ร่างกายและการใช้ชีวิต เอนไซม์แลคเตสนี้เป็นผลมาจากวิวัฒนาการของยีนในช่วง 7,000 ถึง 10,000 ปี ก่อนของเกษตรกรในยุโรปกลาง แต่การที่จะได้ประโยชน์สูงสูดนั้นในร่างกายจะต้องมีวิตามินดี สำหรับช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสเฟตที่อยู่ในนม ร่างกายของมนุษย์สามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้จากการได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า
เกือบทุกคนในตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรปสามารถสร้างเอนไซม์แลคเตสได้ แต่ปัจจุบันจำนวนคนที่ร่างกายสามารถผลิตเอนไซม์แลคเตสได้นั้นลดลง ได้มีการค้นพบไขมันของนมในหม้อที่ประเทศลิเบีย ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่า เป็นนมวัวโดยอายุของไขมันอยู่ระหว่าง 5200 และ 3800 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีที่กล่าวถึงคนที่สามารถสร้างเอนไซม์แลคเตสได้ว่าพวกเขา เหล่านั้นอพยพมาจากยุโรปเพื่อเข้าสู่แอฟริกาในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้ชาวแอฟริกันบางส่วนและคนที่อาศัยอยู่ในแถวตะวันออกกลางสามารถย่อยนมวัว ได้ ในขณะที่คนที่อาศัยอยู่ในแถบตะวันออกและใต้ของแอฟฟริกันไม่สามารถย่อยนมวัว ได้ เช่นเดียวกับในแถบเอเชียและออสเตรเลียด้วย
วิธีการหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงการได้ รับน้ำตาลแลคโตสจากนมวัว แต่ยังได้รับแคลเซียมและฟอสเฟตก็คือการรับประทานชีส เนื่องจากในกระบวนการการผลิตชีสนั้นได้ทำให้น้ำตาลแลคโตสในนมถูกดึงออกไปจน หมดนั่นเอง นอกจากนี้สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านการหมัก (fermented milk) เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ได้ เพราะน้ำตาลแลกโตส ในผลิตภัณฑ์นมหมัก ถูก lactic acid bacteria ย่อยให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวแล้ว
ไม่มีเธอก็ไม่มีใคร
มาแกะรอย ความคิด ติดตามย้อน
ที่ซุกซ่อน ซ้อนใน กลางใจฉัน
คนที่ยัง ฝังตรึง รำพึงรำพัน
เขาคนนั้น นั่นคือเธอ เสมอมา
แสงจันทร์ส่อง แสงสาด สะอาดสวย
เหมือนส่องช่วย ใจฉัน ให้ฝันหา
จึงฝากคำ นำล่อง คล้องเมฆา
สู่ชายคา ประตูใจ ไปให้เธอ
ห่มความรัก อาบแสง แห่งจันทร์เจ้า
ห่มความฝัน ด้วยดาว พราวเลิศเล่อ
ห่มดวงใจ ไออุ่น หอมกรุ่นเสมอ
ด้วยรักเอ่อ ล้นทรวง ห่วงอาลัย
ใจฉันนี้ มีแต่เธอ อยู่เสมอ
หากขาดเธอ ใจนี้ ไม่มีใคร
ใจดำรง คงมั่น ไม่หวั่นไหว
เก็บรักไว้ ในฝัน นิรันดร
ที่ซุกซ่อน ซ้อนใน กลางใจฉัน
คนที่ยัง ฝังตรึง รำพึงรำพัน
เขาคนนั้น นั่นคือเธอ เสมอมา
แสงจันทร์ส่อง แสงสาด สะอาดสวย
เหมือนส่องช่วย ใจฉัน ให้ฝันหา
จึงฝากคำ นำล่อง คล้องเมฆา
สู่ชายคา ประตูใจ ไปให้เธอ
ห่มความรัก อาบแสง แห่งจันทร์เจ้า
ห่มความฝัน ด้วยดาว พราวเลิศเล่อ
ห่มดวงใจ ไออุ่น หอมกรุ่นเสมอ
ด้วยรักเอ่อ ล้นทรวง ห่วงอาลัย
ใจฉันนี้ มีแต่เธอ อยู่เสมอ
หากขาดเธอ ใจนี้ ไม่มีใคร
ใจดำรง คงมั่น ไม่หวั่นไหว
เก็บรักไว้ ในฝัน นิรันดร
มือจับมือ
มือจับมือ ถือฉัน รั้งกันไว้
ฉันคงไม่ เดินหลงทาง จนห่างหาย
แม้ชีวิต ต้องฝ่าฟัน อันตราย
ใจและกาย มลายสิ้น ก็ยินดี
เธอนำพา ฝ่าทาง อันมืดมิด
เป็นเข็มทิศ ชี้ทาง ช่างสุขขี
มือที่จับ กระชับแน่น แสนเปรมปรีดิ์
คงถึงที ที่หมาย สู่ปลายทาง
อย่าปล่อยมือ ทิ้งฉัน กลางทางเปลี่ยว
มีเพียงเธอ หนึ่งเดียว เกี่ยวเคียงข้าง
แม้ปัญหา มาผจญ ทุกหนทาง
คนหัวใจ บาง ๆ กล้าย่างไป
กุมมือฉัน มั่นใจ ไปทุกหน
เคียงข้างคน รู้ใจ ไม่หวั่นไหว
บนเส้นทาง แห่งฝัน อันยาวไกล
ขอมีเธอ เป็นคู่ใจ ไปตลอดทาง
ฉันคงไม่ เดินหลงทาง จนห่างหาย
แม้ชีวิต ต้องฝ่าฟัน อันตราย
ใจและกาย มลายสิ้น ก็ยินดี
เธอนำพา ฝ่าทาง อันมืดมิด
เป็นเข็มทิศ ชี้ทาง ช่างสุขขี
มือที่จับ กระชับแน่น แสนเปรมปรีดิ์
คงถึงที ที่หมาย สู่ปลายทาง
อย่าปล่อยมือ ทิ้งฉัน กลางทางเปลี่ยว
มีเพียงเธอ หนึ่งเดียว เกี่ยวเคียงข้าง
แม้ปัญหา มาผจญ ทุกหนทาง
คนหัวใจ บาง ๆ กล้าย่างไป
กุมมือฉัน มั่นใจ ไปทุกหน
เคียงข้างคน รู้ใจ ไม่หวั่นไหว
บนเส้นทาง แห่งฝัน อันยาวไกล
ขอมีเธอ เป็นคู่ใจ ไปตลอดทาง
วันศุกร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2557
สุขจัง.............
คืนวันฉันเป็นสุข
ไม่ต้องทุกข์อย่างใครเขา
น้ำตาไม่โดนเข่า
ไม่ต้องเศร้าเจ้าปัญหา
อยากไปก็ไปรวด
ไม่เคยอวดอ้างศักดา
ปราดเปรียวเปรี้ยวนักหนา
เพราะแข้งขาเร่งพาไป
ไม่ทนคนใกล้ชิด
คนทำผิดเป็นจิตใจ
จะไปจงรีบไป
ชีวิตใหม่สดใสสวย
มองหาอนาคต
ที่สวยสดโชคอำนวย
สร้างงานทางร่ำรวย
ด้วยบังเอิญเหมือนเดินชน
ไม่ต้องทุกข์อย่างใครเขา
น้ำตาไม่โดนเข่า
ไม่ต้องเศร้าเจ้าปัญหา
อยากไปก็ไปรวด
ไม่เคยอวดอ้างศักดา
ปราดเปรียวเปรี้ยวนักหนา
เพราะแข้งขาเร่งพาไป
ไม่ทนคนใกล้ชิด
คนทำผิดเป็นจิตใจ
จะไปจงรีบไป
ชีวิตใหม่สดใสสวย
มองหาอนาคต
ที่สวยสดโชคอำนวย
สร้างงานทางร่ำรวย
ด้วยบังเอิญเหมือนเดินชน
วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557
ความพยายามที่สูญเปล่า
มันคงดี หากสิ่งทำ
ได้คำตอบ
ดังที่ชอบ ไม่ตรงข้าม กับ
ความฝัน
สิ่งทุ่มเท เธอเห็นค่า
รักษามัน
ใจของฉัน คงมีแรง
จะแข่งเดิน
มันตรงข้าม กับภาพร่าง
อย่างสิ้นเชิง
รักถูกเพลิง เฉยชาเข้า
เผาห่างเหิน
ไร้ความหมาย
ต้องทุกข์ทน
เพราะโดนเมิน
จนสุดเกิน ไม่ไหวรั้น
ดันทุรัง
ไม่เคยเลย จะได้รับ
หรือกลับคืน
ทนกล้ำกลืน มองความรัก
ถูกกักขัง
การยอมแพ้ คือทางออก
บอกใจฟัง
เพราะที่นั่ง ในหัวใจ
ไม่เจอแวว
เคยคิดว่า คุณความดี
จะมีสิทธิ์
และพิชิต ใจเธอได้
จากท้ายแถว
แต่วันนี้ เข้าใจซึ้ง ถึง
ต้องแจว
เพราะมันแผ่ว หมดแรงสู้
รู้ต้องพอ
ได้คำตอบ
ดังที่ชอบ ไม่ตรงข้าม กับ
ความฝัน
สิ่งทุ่มเท เธอเห็นค่า
รักษามัน
ใจของฉัน คงมีแรง
จะแข่งเดิน
มันตรงข้าม กับภาพร่าง
อย่างสิ้นเชิง
รักถูกเพลิง เฉยชาเข้า
เผาห่างเหิน
ไร้ความหมาย
ต้องทุกข์ทน
เพราะโดนเมิน
จนสุดเกิน ไม่ไหวรั้น
ดันทุรัง
ไม่เคยเลย จะได้รับ
หรือกลับคืน
ทนกล้ำกลืน มองความรัก
ถูกกักขัง
การยอมแพ้ คือทางออก
บอกใจฟัง
เพราะที่นั่ง ในหัวใจ
ไม่เจอแวว
เคยคิดว่า คุณความดี
จะมีสิทธิ์
และพิชิต ใจเธอได้
จากท้ายแถว
แต่วันนี้ เข้าใจซึ้ง ถึง
ต้องแจว
เพราะมันแผ่ว หมดแรงสู้
รู้ต้องพอ
วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2557
รู้จักไหม? สาหร่ายพวงองุ่น
มองดูอาจคล้ายกับผลไม้อย่าง องุ่นเขียว ใช่มั๊ยล่ะคะ? แต่จริง ๆ แล้ว มันคือ "สาหร่ายทะเล" นั่นเองค่ะ
สาหร่ายทะเล เป็น พืชชั้นต่ำชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล และเป็นอาหารที่นิยมบริโภคในต่างประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว ประเทศที่นิยมบริโภคสาหร่ายทะเลได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และฟิลิปปินส์ โดยสาหร่ายที่เราเห็นกันอยู่ในภาพนี้ มีชื่อว่า สาหร่ายพวงองุ่น ชื่อวิทยาศาสตร์ของมันคือ Caulerpa lentillifera J. Agardh เป็น สาหร่ายทะเลสีเขียวที่มีใบ (รามูลัส) เป็นเม็ด ทรงกลม ใส สีเขียว มีแขนงตั้งตรงลักษณะคล้ายพวงองุ่นแตกออกมาจากส่วนที่เลื้อยไปตามพื้นผิว ส่วนปลายของแขนงย่อยเป็นทรงกลม ซึ่งแตกปกคลุมหนาแน่นเกือบตลอดความยาวแขนง มีรอยคอดชัดเจนระหว่างปลายแขนงย่อยที่เป็นทรงกลมกับส่วนก้านสั้น
ด้วย ความที่หน้าตามันมีลักษณะเป็นพวง เม็ดกลมเป็นช่อ คล้ายเหมือนกับองุ่น หรือไข่ปลาคาเวียร์สีเขียว มันจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "Sea grapes" หรือ "Green caviar" ส่วนชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า "Umi budo" ซึ่งแปลว่า องุ่นแห่งท้องทะเลค่ะ
นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับสาหร่ายพวงองุ่นชนิดนี้มาก นั่นก็คือ สาหร่ายช่อพริกไทย ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลที่ใกล้เคียงกับสาหร่ายพวงองุ่น แต่มีน้ำหนักเบากว่า เนื่องจากมีลักษณะของเม็ดที่เล็กกว่า คล้ายกับเม็ดพริกไทย จึงถูกเรียกว่า "สาหร่ายช่อพริกไทย" นั่นเอง
สาหร่ายพวงองุ่น จัดเป็นหนึ่งในสาหร่ายที่รับประทานได้ และยังมีรสชาติดีอีกด้วย โดยเราอาจพบสาหร่ายชนิดนี้เจริญอยู่บนโขดหิน ก้อนกรวด และพื้นทราย ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงไปจนถึงเขตน้ำลงต่ำสุดบริเวณชายฝั่งที่มีคลื่นไม่รุนแรง โดยอาจอยู่รวมตัวกันเป็นกระจุกหรือปะปนกับสาหร่ายชนิดอื่นตามซอกหินหรือ ปะการัง ปัจจุบันสามารถพบสาหร่ายพวงองุ่นได้ในเขตประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังแพร่กระจายไปในเขตร้อนอย่าง เคนยา มาดากัสการ์ โมแซมบิก แทนซาเนียและปาปัวนิวกินี
วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
ผักที่ปลูกในอวกาศปลอดภัยพอที่จะกินได้แล้ว
นักวิทยาศาสตร์รัสเซียตรวจสอบพืชจำนวนมากที่ปลูกไว้บนสถานีอวกาศนานาชาติและยืนยันว่าพืชผักเหล่านั้นปลอดภัยที่จะนำมาบริโภคแล้ว
พืชที่ทดลองปลูกในสถานีอวกาศประกอบไปด้วย ถั่วลันเตา ข้าวสาลี และผักใบเขียวต่างๆ พืชทั้งหมดเติบโตได้ดี ผลผลิตที่ได้ดูภายนอกไม่มีอะไรผิดปกติหรือดูแตกต่างไปจากผักบนโลก และแน่นอนว่าเหล่านักบินอวกาศได้ลองลิ่มรสดูแล้ว โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
การปลูกผักบนอวกาศเป็นโครงการเพื่อศึกษาว่าเราจะสามารถปลูกพืชพรรณธัญญาหาร ในอวกาศด้วยตัวเองเพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศให้ยาวนานขึ้นได้หรือไม่
พืชทีปลูกบนสถานีอวกาศนานาชาติจะปลูกในเรือนกระจกที่มีชื่อว่า Lada ซึ่งตั้งตามชื่อเทพีแห่งฤดูใบไม้ผลิของรัสเซีย ในเรือนกระจกมีชิ้นส่วนที่เรียกว่า Root Module ซึ่งมีธาตุอาหารต่างๆ เอาไว้สำหรับปลูกพืชหลายหลายชนิด Root Module เป็นชิ้นส่วนที่สามารถถอดประกอบได้ เมื่อปลูกพืชไปจนอาหารหมด นักบินอวกาศจะถอดชิ้นส่วนนี้ส่งกลับมายังโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ภาคพื้นดินตรวจวิเคราะห์ดูว่ามีจุลินทรีย์ที่เป็น อันตรายหรือไม่ มีการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมในอวกาศหรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจสอบลักษณะเดียวกับที่ทำเป็นปกติกับอาหารต่างๆ ที่ผลิตบนโลก
หากสามารถปลูกผักในอวกาศไว้กินเองได้อย่างสมบูรณ์ จะช่วยแก้ปัญหาที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการท่องอวกาศคือ ค่าอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีมูลสูงถึงครั้งละ 10,000 ดอลลาร์ ในการขนส่งอาหารไปยังสถานีอวกาศ ด้วยมูลค่าที่สูงขนาดนี้ทำให้อาหารที่ส่งไปมักเป็นอาหารประเภทให้พลังงานสูง เก็บไว้ได้นาน ผ่านการแปรรูปเพื่อให้สะดวกต่อการเก็บรักษาโดยใช่พื้นที่น้อยที่สุด จนมีสภาพที่ห่างไกลจากอาหารโลกไปมาก แม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการเก็บรักษาเพื่อให้อาหารนักบินอวกาศมี สภาพใกล้เคียงกับอาหารบนโลกที่สุดแต่ก็ยังนับว่าแตกต่างมากอยู่ดี
พืชที่ทดลองปลูกในสถานีอวกาศประกอบไปด้วย ถั่วลันเตา ข้าวสาลี และผักใบเขียวต่างๆ พืชทั้งหมดเติบโตได้ดี ผลผลิตที่ได้ดูภายนอกไม่มีอะไรผิดปกติหรือดูแตกต่างไปจากผักบนโลก และแน่นอนว่าเหล่านักบินอวกาศได้ลองลิ่มรสดูแล้ว โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
การปลูกผักบนอวกาศเป็นโครงการเพื่อศึกษาว่าเราจะสามารถปลูกพืชพรรณธัญญาหาร ในอวกาศด้วยตัวเองเพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ในอวกาศให้ยาวนานขึ้นได้หรือไม่
พืชทีปลูกบนสถานีอวกาศนานาชาติจะปลูกในเรือนกระจกที่มีชื่อว่า Lada ซึ่งตั้งตามชื่อเทพีแห่งฤดูใบไม้ผลิของรัสเซีย ในเรือนกระจกมีชิ้นส่วนที่เรียกว่า Root Module ซึ่งมีธาตุอาหารต่างๆ เอาไว้สำหรับปลูกพืชหลายหลายชนิด Root Module เป็นชิ้นส่วนที่สามารถถอดประกอบได้ เมื่อปลูกพืชไปจนอาหารหมด นักบินอวกาศจะถอดชิ้นส่วนนี้ส่งกลับมายังโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์ภาคพื้นดินตรวจวิเคราะห์ดูว่ามีจุลินทรีย์ที่เป็น อันตรายหรือไม่ มีการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมในอวกาศหรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจสอบลักษณะเดียวกับที่ทำเป็นปกติกับอาหารต่างๆ ที่ผลิตบนโลก
หากสามารถปลูกผักในอวกาศไว้กินเองได้อย่างสมบูรณ์ จะช่วยแก้ปัญหาที่สำคัญมากอย่างหนึ่งในการท่องอวกาศคือ ค่าอาหาร ซึ่งปัจจุบันมีมูลสูงถึงครั้งละ 10,000 ดอลลาร์ ในการขนส่งอาหารไปยังสถานีอวกาศ ด้วยมูลค่าที่สูงขนาดนี้ทำให้อาหารที่ส่งไปมักเป็นอาหารประเภทให้พลังงานสูง เก็บไว้ได้นาน ผ่านการแปรรูปเพื่อให้สะดวกต่อการเก็บรักษาโดยใช่พื้นที่น้อยที่สุด จนมีสภาพที่ห่างไกลจากอาหารโลกไปมาก แม้ปัจจุบันจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีในการเก็บรักษาเพื่อให้อาหารนักบินอวกาศมี สภาพใกล้เคียงกับอาหารบนโลกที่สุดแต่ก็ยังนับว่าแตกต่างมากอยู่ดี
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)